
ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงธรรมพระนามว่า พระเจ้าอัชชุตร พระองค์ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข
พระเจ้าอัชชุตรทรงมีพระราชโอรสองค์หนึ่งนามว่า เจ้าชายวิรัช เจ้าชายทรงเป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และกล้าหาญ
วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าชายวิรัชทรงประทับอยู่ที่พระราชวัง พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นขบวนแห่ของนักบวชผู้ทรงศีล นักบวชเหล่านั้นกำลังเดินถือบาตรเปล่า มุ่งหน้าไปยังตลาด
เจ้าชายวิรัชทรงสงสัย จึงตรัสถามมหาดเล็ก “ท่านมหาดเล็ก เหตุใดนักบวชเหล่านั้นจึงถือบาตรเปล่าไปตลาดเล่า”
มหาดเล็กกราบทูลว่า “ข้าแต่เจ้าชาย นักบวชเหล่านั้นกำลังจะไปบิณฑบาต เพื่อโปรดสัตว์โลก และรับภัตตาหารจากผู้มีจิตศรัทธา”
เจ้าชายวิรัชทรงสดับดังนั้น ก็ทรงตรัสรู้แจ้งในธรรมอันลึกซึ้ง พระองค์ทรงเห็นว่า การให้ทานนั้นเป็นการกระทำอันประเสริฐ การที่เราสามารถให้สิ่งของแก่ผู้อื่นได้นั้น เป็นเพราะเรามีสิ่งนั้นอยู่
“หากเรามีทรัพย์สิน เราก็ควรแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน” เจ้าชายวิรัชตรัสกับพระองค์เอง
นับแต่นั้นมา เจ้าชายวิรัชก็ทรงเริ่มฝึกฝนตนเองในการให้ทาน
พระองค์ทรงเริ่มจากการให้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ แก่คนรับใช้และข้าราชบริพาร
เมื่อมีผู้ตกทุกข์ได้ยากมาขอความช่วยเหลือ เจ้าชายวิรัชก็จะทรงยินดีช่วยเหลือเสมอ
วันหนึ่ง มีชายชราคนหนึ่งเดินโซซัดโซเซเข้ามาในพระราชวัง
“ข้าแต่เจ้าชาย ได้โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าไม่มีที่พึ่ง ไม่มีอาหารจะประทังชีวิต” ชายชรากล่าว
เจ้าชายวิรัชทรงเห็นดังนั้น ก็ทรงรีบนำอาหารและเครื่องนุ่งห่มมามอบให้ชายชรา
“ท่านลุง โปรดรับสิ่งเหล่านี้ไป ข้าพเจ้าขออวยพรให้ท่านจงมีความสุข” เจ้าชายตรัส
ชายชรากราบขอบพระคุณ และจากไป
เมื่อเจ้าชายวิรัชเจริญวัยขึ้น พระองค์ก็ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา ทรงพระนามว่า พระเจ้าอัชชุตร
พระองค์ทรงยังคงรักษาธรรมเนียมการให้ทานไว้
พระองค์ทรงตั้งโรงทานขึ้นในพระราชวัง เพื่อแจกจ่ายอาหารแก่คนยากจน
พระองค์ทรงบริจาคทรัพย์สินเพื่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น สระน้ำ โรงพยาบาล และโรงเรียน
วันหนึ่ง มีกษัตริย์อีกแคว้นหนึ่งนามว่า พระเจ้าทุรพล ทรงทราบถึงความร่ำรวยและความมีน้ำใจของพระเจ้าอัชชุตร
พระเจ้าทุรพลทรงเป็นกษัตริย์ที่ขี้เหนียวและเห็นแก่ตัว
“หากเราสามารถยึดเอาทรัพย์สินของพระเจ้าอัชชุตรมาได้ เราก็คงจะมั่งคั่งยิ่งกว่าใคร” พระเจ้าทุรพลคิด
พระเจ้าทุรพลจึงยกทัพมาหมายจะโจมตีเมืองพาราณสี
เมื่อข่าวทราบถึงพระกรรณของพระเจ้าอัชชุตร พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า “หากเราจะสู้รบย่อมจะเกิดความเสียหายแก่บ้านเมืองและราษฎรของเรา เราควรจะหาวิธีอื่น”
พระเจ้าอัชชุตรทรงระลึกถึงคำสอนของนักบวช และการให้ทานที่พระองค์ทรงปฏิบัติมาตลอด
พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่า “เราจะใช้การให้ทาน เพื่อเอาชนะความโลภของพระเจ้าทุรพล”
พระเจ้าอัชชุตรจึงทรงมีพระบัญชาให้เตรียมเครื่องราชบรรณาการจำนวนมาก เช่น ช้าง ม้า ผ้าแพรทอง และเครื่องประดับล้ำค่า
จากนั้น พระองค์ทรงนำเครื่องราชบรรณาการเหล่านั้นไปถวายแด่พระเจ้าทุรพล
“ข้าแต่พระเจ้าทุรพล เราทราบว่าท่านมีกำลังทหารที่แข็งแกร่ง เราจึงนำเครื่องราชบรรณาการเหล่านี้มาถวาย เพื่อแสดงความเคารพ และขอให้ท่านจงเลิกทัพกลับไป” พระเจ้าอัชชุตรตรัส
เมื่อพระเจ้าทุรพลเห็นเครื่องราชบรรณาการอันงดงามและมีค่ามากมาย ก็เกิดความโลภขึ้นในใจ
“หากเราได้สิ่งเหล่านี้มา ก็เหมือนได้สมบัติมาอย่างง่ายดาย” เขาคิด
พระเจ้าทุรพลจึงรับเครื่องราชบรรณาการไว้ และยอมเลิกทัพกลับไป
พระเจ้าอัชชุตรทรงสามารถปกป้องบ้านเมืองไว้ได้ด้วยการใช้การให้ทาน
พระองค์ทรงพิสูจน์ให้เห็นว่า การให้ย่อมชนะความโลภ และการมีน้ำใจสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเห็นแก่ตัวได้
อัชชุตรชาดกสอนให้รู้ว่า การให้ทานเป็นการบำเพ็ญบารมีที่ประเสริฐ การให้ย่อมชนะความโลภ และการมีน้ำใจสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้
— In-Article Ad —
การให้ย่อมชนะความโลภ และการมีน้ำใจสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
346จตุกกนิบาตเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญาณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์นามว่า มคธ ผู้คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและพอเพียง ทว...
💡 ปัญญาและความเพียรพยายามที่ได้รับการแบ่งปัน สามารถแก้ไขปัญหาที่ใหญ่หลวง และนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์
66เอกนิบาตอชคมหาชาดก นานมาแล้ว ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ ในอดีตกาลอันยาวนาน พระโพธิสัตว์ได...
💡 การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเสียสละ แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยง.
48เอกนิบาตมุสิละชาดก นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ ณ กรุงพาราณสี ทรงดำรงตน...
💡 การกล่าวเท็จและการใส่ร้ายผู้อื่น ย่อมมีวันถูกเปิดเผย และผู้ประพฤติในความดี ย่อมได้รับการปกป้องจากความจริง
119เอกนิบาตสัญชัยวทีชาดกกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ เมืองปาฏลีบุตร อันเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของแคว้นมคธ มีพราหม...
💡 การรู้จักประมาณตนเองเป็นคุณธรรมสำคัญ ช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงผิด และเป็นที่รัก.
68เอกนิบาตสังขชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพญาหงส์ขาว ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมส...
💡 การพูดความจริง และการยอมรับผิดเมื่อกระทำผิด เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขและการให้อภัย.
65เอกนิบาตมหาวานรชาดก ณ กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงจุติเป็นพระเวสสันดร สัมมาสัมพุทธเจ้าข...
💡 มหาวานรชาดกสอนให้เราเห็นถึงคุณธรรมอันสูงส่งของการเสียสละและความเมตตา การมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตของตนเอง เป็นการกระทำที่ประเสริฐยิ่ง. การเสียสละเพื่อส่วนรวม หรือเพื่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น เป็นการกระทำที่ควรแก่การยกย่องและจดจำ.
— Multiplex Ad —